8/26/2553

แครอทบดเนื้อปลา

แครอทบดเนื้อปลา
เมนูสำหรับเด็กวันนี้ขอเสนอเมนู แครอทบดกับเนื้อปลา เมนูนี้ลูกรักจะได้สารอาหารคือ โปรตีนจากเนื้อปลาทะเลซึ่งจะย่อยง่ายและแครอทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง และช่วยบำรุงสายตาให้ลูกรัก



แครอทบดเนื้อปลา



ส่วนผสม
เนื้อปลาเก๋า 3 ช้อนโต๊ะ
แครอทลวกสุก 1 ช้อนโต๊ะ



วิธี ทำ
1 น้ำเนื้อปลาเก๋ามาลวกให้สุก
2 ยีให้ละเอียดผสมกับแครอทลวกสุก
3. รับประทานพร้อมข้าวต้มหุงนิ่ม หรือข้าวสวยหุงนิ่ม

**เคล็ดลับ



ต้มปลาไม่ให้คาว ต้องเริ่มตั้งแต่ขอดเกล็ด ควักไส้ออกให้หมด และล้างปลา
ให้สะอาด อาจจะทาเกลือลงไปก่อนแล้วก็ล้าง เวลาต้มให้ต้มในน้ำเดือด
ทุบขิงหรือหัวหอมใส่ลงไปด้วยก็ได้

8/17/2553

ทอดมันเด็ก

ทอดมันเด็ก
ทอดมันเด็ก
ทอดมันนี้เป็นเมนูสำหรับเด็ก ที่ไม่เน้นรสชาติจัดจ้านเหมือนอาหารผุ้ใหญ่ เป็นเมนูอาหารว่างให้เด็กได้หยิบกินได้ง่ายๆสะดวก เหมาะสำหรับให้ลูกน้อยหยิบอาหารเองเข้าปาก ฝึกพัฒนาการด้านการกินอาหารให้ลูกได้ดี ทอดมันเด็กมีวิธีทำที่ไม่ยุ่งยากลองทำให้ลูกรักทานเองได้

ส่วนผสมทอดมัน
เนื้อกุ้งสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่งหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย

วิธีทำ
1. ต้มมันฝรั่งให้สุกดีก่อน จึงนำมาสับหรือบดให้ละเอียด
2. นำเนื้อกุ้งมารวนให้สุกก่อน จากนั้นนำเห็ดหอมกับมันฝรั่งมาผัดรวมกันจนเห็ดหอมสุก
3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ทิ้งไว้ให้เย็น
4. นำส่วนผสมมาผสมกัน แล้วปั้นเป็นก้อนๆ ให้เหมาะกับขนาดมือลูกน้อย โรยแป้งสาลีเล็กน้อย แล้วนำไปทอดในกระทะให้สุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน

***อาจจะเติมนมสดขณะต้มมันฝรั่งลงไปด้วยสักเล็กน้อย จะทำให้สีมันฝรั่งน่ากินและเพิ่มคุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น

8/11/2553

โจ๊กไข่แดง

โจ๊กไข่แดง
โจ๊กไข่แดง
วันนี้ขอเสนอ เมนูสำหรับเด็ก เมนูโจ๊กไข่แดงอาจจะดัดแปลงใช้วิธีตุ๋นข้าวกับไข่ เพื่อฝึกให้ลูกรัก หัดการเคี้ยวอาหาร อาจจะเพิ่มผัดที่ลุกชอบกินลงไปด้วยก็จะยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้น
ส่วน ผสม
ปลายข้าว 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.ต้มไข่ จนไข่แดงสุกแข็ง นำแต่ไข่แดงมาใช้
2.ต้มปลายข้าว เคี่ยวจนข้าวสุกเละ อาจจะเพิ่มผักลงไปด้วย เช่น แครอท ต้นหอมสับ ใบผักชี
3.ใส่ไข่แดงต้มสุกที่บดละเอียดลงไป แล้วคนให้เข้ากันกับข้าว

8/05/2553

แกงจืดสาคู



แกงจืดสาคู
เมนูสำหรับเด็ก วันนี้ขอเสนอเมนูแกงจืดสาคู เป็นเมนูง่ายๆ ที่ให้คุณค่าทางสารอาหาร ดดยเฉพาะโปรตีนสูง และสีสันน่าตา น่ากิน ดึงดูดความสนใจลูกน้อยได้ดีทีเดียว คุณแม่ลองทำให้ลูกทานเองที่บ้านได้นะครับ

ส่วนผสม
เนื้อหมูบด 1/2 ถ้วย
น้ำต้มกระดูกหมู 4 ถ้วย
สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย
ต้นหอมผักชี
ผักกาดหอม

วิธีทำ
1 ล้างสาคู โดยการคนเร็วๆ ในน้ำมากๆ เพื่อให้ทรายที่อยู่ในสาคู นอนก้นจากนั้น ตักสาคูใส่ในหม้อต้มน้ำที่กำลังเดือดๆ หมั่นคนบ่อยๆ จนสาคูสุก จะสัง เกตุจากเม็ดสาคูเริ่มใส มีไตสีขาวเล็กน้อย ตักขึ้นข้างด้วยน้ำเย็นพักไว้

2. ตั้งน้ำซุปกระดูกหมูให้เดือด จากนั้นใส่หมูสับที่ปั้นเป็นก้อนเล็กพอดีคำลูก พอน้ำเดือดทั่วและหมูสุก ใส่สาคู ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อย

3. ตักใส่ชามที่ปูรองด้วยผัทกาดหอมฉีกชิ้นเล็ก โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชีเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟให้ลูกรักได้เลย

****อาจจะใช้เนื้อปูแกะหรือ เนื้อกุ้ง แทนเนื้อหมู เมนูนี้ให้พลังงาน 324 กิโลแคลอรี

7/27/2553

วิธีแก้ ลูกเลือกกินอาหาร


วิธีแก้ ลูกเลือกกินอาหาร
เด็กเมื่อเติบโตถึงช่วงวัยหนึ่ง ความเป็นตัวตนของเขาจะมีมากขึ้น บางครั้งการปล่อยให้เด็กเลือกกินอาหาร
จะทำให้ลูกน้อยขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการทางสมอง เพราะเด็กมีแนวโน้มที่จะเลือกกินแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ถ้าลูกน้อยเป็นเด็กช่างเลือก เรามีวิธีจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

1. ลองจัดรูปแบบอาหารให้หลากหลาย เมนูสำหรับเด็ก เช่น ต้ม นึ่ง ทอด ย่าง ผัด และทำให้มีรูปร่างลักษณะของอาหารให้น่าสนใจ อาจจะมีรูปทรงดึงดูดความสนใจของเด็ก เช่น รูปยาว กลม สี่เหลี่ยม เป็นต้น
2. พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการกินอาหารที่ลูกไม่ยอมกิน อาจจะใช้วิธีกินด้วยกันกับลูก ชักชวนให้ลูกกิน โดยไม่มีการบังคับลูก หากพ่อแม่ยอมถูกหรือปล่อยเลยตามเลย ลูกก้จะติดนิสัยปฏิเสธอาหารที่มีประโยชน์เหล่านั้นเรื่อยไปจนโต
3. ทำให้เรื่องกินเป็นเรื่องสนุก ไม่ควรเร่งให้ลูกเสร็จเร็วๆ ไม่ควรให้ลูกกินมากๆ แต่ควรให้ลูกกินเพลินใจจะดีกว่า ปล่อยให้ลูกกินช้าๆ เล็มไปเรื่อยๆ
4. ถ้าลูกยืนกรานที่จะตักอาหารกินเอง ควรปล่อยให้ลูกพยายามใช้ช้อนตักอาหารด้วยตัวเอง ขอให้คิดเสมอว่า ถ้าอยากให้ลูกกินอาหารด้วยความชอบที่จะกิน และอยากให้ลูกกินอย่างมีอิสระ ต้องปล่อยให้ลูกทำเอง แม้ต้องเจอกับอาหารหกเลอะเทอะบ้างก็ตามเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ
5. จัดอาหารให้มีลักษณะสีสันน่ากิน เพื่อดึงดูดความสนใจลูก บรรยากาศที่สงบและอบอุ่นก็มีส่วนช่วยให้การกินของลูกได้ง่ายขึ้น อาจจะลองจัดโต๊ะอาหารเป็นลายการ์ตูนน่ารักที่ลูกชอบ จะส่งผลให้ลูกรักสบายใจเวลากินอาหาร และกินได้มากขึ้น
6. ทำของกิน ให้ลูกจับกินได้ด้วยมือ จะทำให้เด็กสนใจในการกินอาหารมากขึ้น
7. สิ่งที่ควรรู้ คือ เด็กวัยนี้ส่วนมากชอบให้มีอาหารรูปแบบ ดิบ สุก (ผลไม้ ผัก )เปื่อยยุ่ยและเคี้ยวง่าย ทำให้อาหารบางอย่างหนึบหนับเคี้ยวสนุก
8. รสชาติของอาหารที่ลูกกินต้องไม่จัดจ้าน ควรปรุง ออกไปทางจืด หรือกลมกล่อม

วิธีสร้างนิสัยการกินที่ดีให้ลูก
1. แนะนำให้ลูกรู้จักอาหารใหม่ๆ ให้มากตั้งแต่ลูกยังเล็กโดยใช้ความพยายามโน้มน้าวใจลูกอย่างนุ่มนวล เพื่อให้ลูกชอบอาหารที่พ่อแม่ทำทุกอย่าง ลูกจะได้ไม่เป็นคนกินยากเกินไป
2. กระตุ้นให้ลูกลองกินอาหารใหม่ๆ โดยช่วงแรกอาจจะผสมปนไปกับอาหารที่ลูกคุ้นเคยก่อน ให้ลูกได้ทดลองกิน
3. คิดเสมอว่าไม่มีอาหารใดดีที่สุดอย่างเดียว อาหารทุกอย่างมีความสำคัญหมด ไม่ใช่ไข่ตุ๋นดีที่สุด ปลานึ่งดีที่สุด นั่นเป้นความคิดเห็นส่วนตัวของพ่อแม่ ลูกควรได้รับอาหารหลายอย่างชนิด เพื่อให้ได้คุณค่าครบถ้วนชึ่งจะทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีนิสัยการกินที่ดีต่อไปในอนาคต
4. เด็กควรได้รับนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ถ้าลูกไม่ยอมดื่มนมเลย ควรให้ลูกกินนมแบบที่ผสมอยู่ในขนม หรืออาหารอื่น เช่น คุกกี้ เนย หรือน้ำซุป นิสัยชอบดื่มนมนี้ควรฝึกให้ลูกดื่มไปอีกเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ถึงวัยรุ่นจึงจะดี เช่น เดียวกับการกินผักและผลไม้
5. ควรเลือกอาหารที่ดีต่อฟันของลูก อาหารที่ทำร้ายฟัน เช่น แป้ง น้ำตาล นมข้นหวาน ช็อกโกแลต โกโก้ น้ำหวาน น้ำผลไม้กล่องมักใส่น้ำตาลมากกว่าน้ำผลไม้คั้นสด ขนมปัง แยม เยลลี่ ไอศกรีม ขนมเค้ก คุกกี้ ลูกกวาด ลูกอม คาราเมล หรืออื่นๆ จะทำให้ฟันผุ ควรให้ลูกกินแต่น้อย และรีบแปรงฟันและบ้วนปากให้ลูกน้อยหลังจากกินอาหารเหล่านี้เสร็จ เพราะจะมีแป้งและน้ำตาล ติดตามบริเวณวอกฟันและผิวฟันของลูก และจะเปลี่ยนเป็นกรดทำลายผิวที่เคลือบฟัน เนื้อฟัน ทำให้ลูก ฟันเป็นรูและผุได้ง่าย

7/21/2553

เด็กวัย 14-15 เดือน


เด็กวัย 14-15 เดือน
พัฒนาการของเด็กช่วงวัย 14 เดือนนี้ เด็กเริ่มมีของชอบไม่ชอบ จะกินแต่อาหารที่ตัวเองชอบ
เพียงไม่กี่อย่าง อาหารที่ยังไม่เคยกินก็มักจะไม่ยอมลองกินและยืนกรานที่จะตักกินเอง อาจมีมื้อหนึ่งที่ลูกกินได้ดี และมื้อต่อไปกินได้มากขึ้น แต่พอมื้อที่ 3 กลับเมินหน้าหนี บางครั้งการช่วยเหลือ
ตัวเองของลูก เช่น การตักข้าวกินเองก็ทำให้เสื้อผ้าสกปรกเลอะเทอะ ไม่ควรแสดงท่าทางว่ารังเกียจความเลอะเทอะของลูกมากจนลูกเกิดความรู้สึกผิด กลายเป็นเรื่องปิดกั้นการเรียนรู้ของลูก เพราะ
การที่ลูกสวมใส่เสื้อผ้าสะอาดตลอด หมายถึงลูกต้องไม่ต้องไปเล่นหรือไม่ทำอะไร ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูก ควรหาเสื้อผ้าที่ราคาไม่แพงนัก ซักง่าย ทำความสะอาดไต้ง่ายมาให้
ลูกใส่ เมื่อลูกทำเลอะจะได้ไม่เสียดายมาก

ทักษะของเด็กวัยนี้
กินวันละ 3 มื้อ สามารถถือแก้วน้ำดื่มได้เอง ใช้ช้อนตักอาหารได้เองโดยไม่ต้องช่วย ชอบตักอาหารกินเอง แต่มักจะละเลงไปทั่วใบหน้า ผ้ากันเปื้อน และโต๊ะที่นั่ง

เด็กวัย 15 เดือน
พัฒนาการของเด็กอายุ 15 เดือน มักติดใจกับรสอาหารบางรสและมักติดรสอาหารดังกล่าวไปเกือบตลอดชีวิต ถ้าหากจะกระตุ้นทางประสาทด้านการรับรสของลูกเพื่อให้ลูกรู้จักอาหารรสชาติต่างๆ ควรระวังการ
ให้อาหารรสหวาน อย่างเช่น ทอฟฟี่ ลูกอม ขนมหวาน และของกินจุบจิบ เพราะเด็กมีแนวโน้มที่จะชอบของหวานอยู่แล้ว นอกจากนี้อุปนิสัยการกินของพ่อแม่ก็มีส่วนต่อการกินของลูก ถ้าพ่อแม่เป็นคนชอบกินจุบจิบ กินของหวาน ของที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ลูกก็จะมีแนวโน้มจะมีนิสัยชอบกินของเหล่านั้นได้ง่ายเช่นกัน พ่อแม่ต้องเข้าใจ และเลือกเมนูสำหรับเด็กให้ถูกกับช่วงวัย

ทักษะของเด็กวัยนี้
พูดตามคำของ่ายๆ ได้ เช่น ขอขนม เอาน้ำ ถือแก้วน้ำกินเองได้หกเพียงเล็กน้อย ใช้ช้อน
ตักข้าวกินเองได้แต่หกบ้าง บางคนเลิกดูดขวดนมแล้ว แสดงออกให้รู้ว่าต้องการอาหารเพิ่ม โดยการชี้นิ้วหรือส่งเสียงบอกให้รู้

7/13/2553

โจ๊กใบตำลึง

โจ๊กใบตำลึง

ตำลึงนั้นมีประโยชน์มากมาย คุณค่าทางด้านโภชนาการ ยอดของตำลึงใช้ปรุงอาหารได้ ในตำลึง 100 กรัม ประกอบไปด้วยโปรตีน 3.3 กรัม วิตามินบี1 0.17 มิลลิกรัม แคลเซียม 126 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม ไนอาซีน 1.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 13 มิลลิกรัม กากใยอาหาร 2.2 กรัม และเบต้าแคโรทีนสูงถึง 699.88 ไมโครกรัม มากกว่าฟักทองและมันเทศซึ่งมีเบต้าแคโรทีนเพียง 225 และ 175 ไมโครกรัม ตามลำดับต่อปริมาณ 100 กรัม เท่ากัน ดังนั้นเราควรนำยอดอ่อนของใบตำลึงมาทำเป็นเมนูสำหรับลูกรัก เพื่อให้ได้รับวิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยระบบขับถ่ายของลูกให้เป็นปกติ วันนี้จึงขอเสนอเมนูสำหรับเด็ก นั่นคือ

เมนูโจ๊กใบตำลึง


ส่วนผสม
. ข้าวตุ๋น
. ใบตำลึงอ่อนสับละเอียตเอาแต่ส่วนใบ
. ไข่แดงต้มสุก
. น้ำซุปกระดูกหมูหรีอโครงไก่(กรองดีๆอย่าให้มีกระดูกปนมา)

วิธีทำ
. ต้มน้ำซุปให้เดือด จากนั้นใส่ข้าวตุ๋นลงไป ตามด้วยไข่แดง
. เคี่ยวขาวตุ๋นกับไข่แตงจนเป็นเนื้อ เดียวกัน หมั่นคนเรื่อยอย่าให้ไหม้
. ใส่ใบตำลึงอ่อนสับละเอียด เคี่ยวจนสุกนิ่ม
.พร้อมเสิร์ฟให้ลูกน้อย